ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคล

ตอบโจทย์ความงามและความเป็นอยู่ที่ดี
สุขอนามัยและความงามคือ ความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ และเป็นสิ่งสำคัญต่อความเป็นดีอยู่ดีของทุกคน ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคลของเราที่ประชาชนกว่าล้านคนทั่วโลกใช้นั้น ได้เดินหน้าพัฒนาเพื่อสิ่งเหล่านี้

ความสำเร็จของผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคลของเราเกิดขึ้นได้เพราะความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพและเข้ากับผู้บริโภคของเรา ความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ของเราสะท้อนให้เห็นจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เรายังคงมุ่งหน้าหาวิธีการแก้ปัญหาแบบใหม่และดีกว่าเดิมอยู่เสมอ หัวใจของกระบวนการสร้างนวัตกรรมของเราคือ ความเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าที่อยู่ในภูมิภาคที่ต่างกันเป็นอย่างดีและการนำความคิดสร้างสรรค์ที่ตอบโจทย์แผนงานหลักของเรามาใช้ เรายังสนับสนุนการสร้างจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อมและจิตสำนึกในการดำรงชีวิตโดยใส่ใจสุขภาพ

สิ่งสำคัญอันดับแรก คือ ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และผู้บริโภค
มีเพียงผลิตภัณฑ์เพื่อความงามที่ปลอดภัยเท่านั้นถึงจะชนะใจผู้บริโภคของเราได้ในระยะยาว นี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมสุขภาพต้องมาเป็นอันดับแรกในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการใส่ใจความต้องการของผู้ใช้ที่มีผิวที่แพ้ง่ายหรือบอบบาง ในปีค.ศ. 2009 เราทำงานร่วมกับสถาบันวิจัยโรคภูมิแพ้ในทวีปยุโรป (อีซีเออาร์เอฟ) และพันธมิตรภายนอกองค์กร เช่นแพทย์ผิวหนังจากโรงพยาบาลแห่งมหาวิทยาลัยชาริเต้ในกรุงเบอร์ลิน เพื่อมุ่งหน้าพัฒนาปัจจัยด้านนี้ให้กับผลิตภัณฑ์

ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและส่วนผสมทุกชนิดจะต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบและประเมินคุณภาพนานเป็นพิเศษ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเหมาะกับทุกคนจริง  เราไม่ใช้วิธีทดลองกับสัตว์ภายในห้องปฏิบัติการ แต่จะใช้การศึกษาทางด้านผิวหนังเพื่อตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ที่ผลิตเสร็จสิ้นแล้วนั้นเหมาะกับผิวมนุษย์หรือไม่ ตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1980 เราได้ทำงานอย่างเต็มความสามารถเพื่อพัฒนาวิธีการทดสอบเครื่องสำอางวิธีใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงการทดสอบกับสัตว์แม้กฎหมายจะระบุไว้ว่าให้ทดลองกับสัตว์ได้ หากเป็นส่วนผสมที่ระบุไว้ในกฎหมาย
ความรับผิดชอบในการใช้วัตถุดิบธรรมชาติและวัตถุดิบที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้
เราได้อนุรักษ์ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดโดยการเลือกใช้วัตถุดิบที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ในการผลิตของเรา เช่น เราใช้ส่วนผสมที่มาจากมันสำปะหลังแทนน้ำมันแร่ หากวิธีการนี้ใช้ได้อย่างเหมาะสมกับการพัฒนาและไม่ส่งผลกระทบกับสูตรของผลิตภัณฑ์ ส่วนผสมมากกว่าสองในสามของสบู่ ยาสระผม และสบู่เหลวอาบน้ำมาจากวัตถุดิบที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ เรายังตระหนักถึงประเด็นทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมทุกครั้งที่เราจัดซื้อวัตถุดิบที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ หากเป็นไปได้ เราจะสืบหาแหล่งกำเนิดและเงื่อนไขการผลิตของวัตถุดิบเหล่านั้น และพยายามใช้ส่วนผสมจากพันธุ์พืชอินทรีย์ให้มากขึ้นกว่าเดิมยิ่งไปกว่านั้น เวลาที่เราจัดซื้อวัตถุดิบ เราจะหาโอกาสที่จะประสานงานกับผู้จัดจำหน่ายวัตถุดิบด้วยเช่นกัน ซึ่งสิ่งนี้สะท้อนให้เห็นผ่านการมีส่วนร่วมบนในเวทีการประชุมโต๊ะกลมเพื่อการผลิตน้ำมันปาล์มที่ยั่งยืน (อาร์เอสพีโอ) ด้วยเช่นกัน

ภาพรวมการพัฒนาในด้านสิ่งแวดล้อม
ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา เราจะปล่อยของเสียจากกระบวนการการผลิตผลิตภัณฑ์
ลงสู่น้ำทิ้งหลักเข้าสู่กระบวนการย่อยสลายทางชีวภาพ เป้าหมายของเราคือเพิ่มปริมาณของส่วนผสมที่ย่อยสลายได้ลงในสบู่ ยาสระผมและเจลอาบน้ำอีก 80 เปอร์เซ็นต์ก่อนปีค.ศ. 2012 ซึ่งได้ลุล่วงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในกรณีของสารที่ทำปฏิกิริยาในการซักล้าง หรือตัวทำละลายจะมีปริมาณของสารที่ย่อยสลายได้มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณเฉลี่ยของสารที่ย่อยสลายได้ที่นำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ของเราเท่ากับ 82 เปอร์เซ็นต์ ในปีค.ศ. 2010 เราได้สร้างสูตรผลิตภัณฑ์ของเราขึ้นมาใหม่เพื่อช่วยให้ย่อยสบายได้มากขึ้นอีก โดยได้นำสูตรใหม่นี้มาใช้ประมาณ 70 เปอร์เซ็นของยาสระผม เจลอาบน้ำ สบู่เหลว และสบู่ก้อน ที่วางจำหน่ายในท้องตลาด เช่น ในผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมแบรนด์เชาม่า   ในปีต่อไป เราจะกำหนดส่วนผสมโดยยึดตามกลยุทธ์ที่ขยายให้กว้างขึ้นอีก


ปัจจัยสำคัญอื่นๆ ในการพัฒนาคุณสมบัติเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ของเราคือลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ และการเลือกใช้วัตถุดิบสำหรับมาทำบรรจุภัณฑ์ เราวางแผนตรวจปริมาณคาร์บอนฟุตปริ้นท์ในผลิตภัณฑ์บางตัวเพื่อประเมินปริมาณคาร์บอนฟุตปริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดก่อนปีค.ศ. 2012 ในปีค.ศ. 2010 เราได้คำนวณปริมาณคาร์บอน ฟุตปริ้นท์ของผลิตภัณฑ์อีกสองประเภทนั่นคือ ยาสีฝันและผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย เหนือสิ่งอื่นใด การคำนวณนี้ จะช่วยเพิ่มความโปร่งใสในการดำเนินงาน และยังทำให้เรารู้ว่าเราควรจะเริ่มลดการปล่อยก๊าซเมื่อใด เพื่อต่อยอดการพัฒนาให้ผลิตภัณฑ์ของเราเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เรายังได้ทำงานใกล้ชิดกับผู้บริโภค เช่น ในสหรัฐอเมริกา เฮงเค็ลและคู่แข่งหลายๆ แห่งร่วมกันสนับสนุนห้างค้าปลีกวอลมาร์ท ซึ่งเป็นพันธมิตรผู้ค้าปลีกของเราและเรายังร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันพัฒนาความยั่งยืนระดับโลกของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐอริโซน่าในการพัฒนาดัชนีชี้วัดความยั่งยืน
link to: http://walmartstores.com/sustainability/9292.aspx

เพื่อลดขยะที่เกิดขึ้นจากบรรจุภัณฑ์ของผู้บริโภค เราได้เดินหน้าลดปริมาณวัสดุที่ใช้ในการบรรจุหีบห่ออย่างต่อเนื่องให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยไม่ลดคุณภาพและความทนทานของบรรจุภัณฑ์ เรายังได้เดินหน้าหาทางเลือกบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมและย่อยสลายทางชีวภาพได้ตามโจทย์ความต้องการด้านวัสดุที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์ที่มีมาก

ใช้อย่างปลอดภัยเพราะได้คำแนะนำจากมืออาชีพ
คำปรึกษาที่ตอบทุกปัญหาของผู้บริโภคเป็นเรื่องที่มาคู่กับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ดังนั้นจึงมีการจัดตั้งสายด่วนให้คำปรึกษาในทุกประเทศที่เราได้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติและส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ที่เชื่อถือได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ  ไม่ว่าจะเป็นทางโทรศัพท์ ไปรษณีย์ หรืออีเมลล์ ในทวีปยุโรป มีลูกค้ากว่า 130,000 ราย ติดต่อเข้ามาในแต่ละปี คำถามส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของเรานั้นมีคุณสมบัติและวิธีใช้อย่างไร

คำแนะนำที่ตอบทุกปัญหาของลูกค้ายังรวมถึงการโฆษณาสรรพคุณอย่างมีจรรยาบรรณ ข้อความโฆษณาของเราจะต้องอยู่บนพื้นฐานของคุณสมบัติผลิตภัณฑ์ที่พิสูจน์ได้จริงด้วยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ และข้อมูลเหล่านั้นเราได้เตรียมไว้พร้อม และอธิบายให้ผู้บริโภคเข้าใจได้ง่าย เรายังได้สนับสนุนให้มีการฝึกอบรมลูกค้าที่ประกอบอาชีพเป็นช่างทำผมมืออาชีพของเรา รวมถึงข้อมูลในการใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมอีกด้วย สถาบันชวาสคอร์ฟ อะคาเดมี่ นานาชาติ (เอเอสเค) ได้จัดโครงการฝึกอบรมอาชีพขั้นสูงในการตัดผม ให้คำปรึกษาด้านแฟชั่น และจัดหัวข้อสัมมนาด้านการบริหารจัดการเพื่อช่างทำผมใน 38 ประเทศ ในปีค.ศ. 2010 เราได้สนับสนุนช่างทำผม 460,000 รายทั่วโลก ด้วยสถาบันชวาสคอร์ฟ อะคาเดมี่ นานาชาติของเรา


สถาบันชวาสคอร์ฟ อะคาเดมี่ - แหล่งรวมไอเดียเกี่ยวกับเส้นผม

ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมระดับโลกของชวาร์สคอฟ โปรเฟสชั่นแนลมีวิสัยทัศน์ในการเป็นมากกว่าผู้ผลิตสินค้าให้กับช่างทำผม แต่เห็นว่าตนเองนั้นเป็นผู้ร่วมทำธุรกิจที่จัดหาบริการระดับมืออาชีพที่เกี่ยวข้องกับการทำผม หัวใจของการให้บริการนี้อยู่ที่ ชวาร์สคอฟ โปรเฟสชั่นแนล ได้นำเสนอหลักสูตรการเรียนการสอนและการฝึกอบรมของสถาบันชวาสคอร์ฟ อะคาเดมี่ การจัดงานสัมมนาให้กับช่างทำผมนี้ครอบคลุมหัวข้อทุกๆ ประเภทตั้งแต่เทคนิคการตัดแต่งทรงผม ไปจนถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่คำแนะนำทางแฟชั่น ไปถึงการบริหารจัดการร้านทำผม ด้วยระบบการส่งต่อองค์ความรู้ที่มีอยู่ทั่วโลกของชวาร์ศคอฟ โปรเฟสชั่นแนลทำให้สถาบันประสบความสำเร็จไปได้ไกลมากกว่างานบริการลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียและแอฟริกาใต้  กิจกรรมของสถาบันชวาสคอร์ฟ อะคาเดมี่ ช่วยสร้างมาตรฐานการฝึกอบรมให้กับช่างทำผม

เอสเซนซิตี้ - ส่วนผสมแห่งคุณภาพและความเป็นธรรมชาติ

แบรนด์เอสเซนซิตี้ของเรา ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการการทำผมมืออาชีพด้วยการผสมผสานอย่างละเมียดละไมระหว่างคุณภาพและความเป็นธรรมชาติ ในผลิตภัณฑ์ทุกๆ ตัวเราได้ทดแทนส่วนผสมสังเคราะห์ด้วยส่วนผสมธรรมชาติเมื่อใดก็ตามที่เป็นไปได้ โดยไม่ทำให้ประสิทธิภาพด้อยลงไป สูตรต่างๆ จะไม่มีการผสมกลิ่นหอมสังเคราะห์ ซิลิโคน น้ำมันพาราฟิน น้ำมันแร่หรือพาราเบน นอกจากนี้ยังเพิ่มความสามารถในการย่อยสลายให้กับส่วนผสมอีกด้วย